วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

วิธีฝึกภาษาอังกฤษ You can do it, Yeah

เคยเป็นกันมั้ย … 
ท่อง tense เป็น 10 เวลาพูดกับฝรั่งจะพูดทีไรก็คิดไม่ออกซักทีจะใช้ tense ไหน … 
ทำไมพูดไม่เห็นคล่องซักที… 
ฟังในคลิป youtube ไม่รู้เรื่องเลย … 

เพราะสิ่งที่สอนในห้องเรียนคือมีแค่ทฤษฏีเท่านั้น โรงเรียนไม่สอนวิธีการเอาไปใช้จริง เรียนเพื่อสอบ สอบเสร็จก็ลืม

สิ่งที่ต้องทำคือการปรับพื้นฐาน และทัศนคิตของคุณก่อน

ความคิด หรือ ทัศนคติ

พูดชัด หรือ พยายามพูดชัด = กระแดะ
พูดไม่ชัด = ฝรั่งไม่เข้าใจ?

การที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีทัศนคติแบบนี้ อย่างแรกคือ ไม่ต้องไปสนใจครับ 
เราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่เปลี่ยนความคิดตัวเองได้ครับ
พยายามพูดให้ชัดเข้าไว้ เพื่อที่จะสื่อสารกับต่างชาติรู้เรื่อง ห้ามเขิน และ ห้ามอาย ครับ ฝรั่งพูดไม่ชัดยังไม่อายเราเลย จนทุกวันนี้ฝรั่งพูดไทยชัดกว่าคนไทยก็มีถมไป

อย่าคิดว่า ทำไม่ได้หรอก
จำไว้ว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนเหมือนคนอื่น
อย่ามีข้ออ้างในการเรียนภาษาอังกฤษ
ห้ามเป็นโรคกลัวฝรั่ง!

โรคกลัวฝรั่งนี่ห้ามเด็ดขาดนะครับ รวมถึงชาวต่างชาติอื่นๆ ด้วย

สิ่งที่ต้องทำ

พุ่งเข้าใส่ เมื่อพบชาวต่างชาติ 

ในประเทศเรามีเยอะแยะ เห็นก็อย่าไปคิดไรมากครับ เดินใส่เลย

ใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุด

ฟังเพลง ดูหนัง เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็อย่าไปอ่าน ซับไทย มากจนไม่ได้ฟังนะครับ หากเป็นไปได้ ดูหนังโดยไม่ต้องใช้ซับ ดูไปเลย 2-3 รอบ จะทำให้เดาประโยคที่เค้าพูดกันได้ จากนั้นค่อยมาดูแบบมีซับครับ ว่าเราเข้าใจถูกต้องหรือไม่ 

Post สถานะ ข้อความ ก็ใช้เป็นภาษาอังกฤษ หรือ หาสำนวนภาษาอังกฤษมาอัพสถานะซะบ้าง

จะทำให้เข้าใจเมื่อได้ยินฝรั่งพูดสำนวนเหล่านั้นมาครับ จะได้ไม่งงนะ
ตัวอย่างเช่น

ลูกศิษย์ผมคนนึง อายุเยอะกว่าผมอีก ทำงานเดินทางต่างประเทศด้วย มาถามผมครับว่า You are apple of my eyes คืออะไร พอดีเราอยู่กันที่ร้านอาหาร แล้วมีสาวอเมริกันบอกกับเค้าทางไลน์ 
ซึ่งมันคงไม่ได้แปลว่า คุณคือแอปเปิ้ลของสายตาฉัน อย่างแน่นอน

สำนวนเหล่านี้ ถ้าให้อธิบายก็ค่อนข้างจะยาก หรือ หาใน internet ก็ยังไม่เข้าใจมันมากนัก ผมก็อธิบายไม่ถูกเช่นกัน เพราะความหมายมันค่อนข้างลึกซึ้ง ผมเลยได้บอกว่า คุณเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของผม แต่ในทางฝรั่ง มันจะให้ความรู้สึกลึกซึ้งกว่านี้มากมายนัก ซึ่งฝรั่งก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกครับ นอกจากเป็นพวกนักรัก นักกวี เจ้าบทเจ้ากลอน ก็จะใช้กัน

สุดท้าย อย่าลืมที่จะ พูด!! 

พูดตามครับ สำเนียงเลียนแบบในหนังมาเลย ใส่อารมณ์ลงไปด้วย ไม่ใช่แค่พูดตามอย่างเดียว อารมณ์เมื่อพูดออกมาจะมีความสำคัญมากสำหรับชาวต่างชาติครับ (โดยเฉพาะอเมริกัน)

Pronounce สำคัญมากครับ เดี๋ยวบทความหน้าจะมี การเทียบเสียงเป็นภาษาไทยให้นะครับ

หากใครสะดวกมาสนทนาฟุตฟิตฟอไฟ กับผมได้ทุกวันอาทิตย์ ช่วงเย็นๆ เป็นต้นไป ที่ร้าน เสนานิคม ส่วนมากผมและเพื่อนๆ ชาวต่างชาติจะ meeting กันที่นั่น และเพื่อนคนไทย ที่ตามผมมาจาก penpalworld อีก สามารถมาฝึกภาษากันได้ฟรีๆ ครับ แต่ต้องมีพื้นฐานมาบ้างนะครับ เพราะเป็น meeting ไม่ใช่การเรียน/การสอน 

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ปัญหาของคนไทย กับการเรียนภาษาอังกฤษ

จุดประสงค์ของ Blog นี้ คือ ผมอยากสอนให้คุณใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้


อย่างที่กล่าวไปนะครับ ใครที่เก่งภาษาอังกฤษ หรือ มีความรู้ในภาษาอังกฤษอยู่แล้ว มาอ่าน Blog นี้ ก็อย่าได้จริงจังมากมายนัก เพราะ..

ผมอยากให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้ ไม่ใช่ให้คุณเก่งภาษาอังกฤษ

ผมจะไม่มาสอนว่า คุณต้องพูดอย่างไร ถึงจะถูกตามหลักไวยกรณ์ ใช้อย่างไรจึงจะถูกต้อง เพราะ.. การใช้งานจริงๆ ไม่ได้คำนึงถึง Grammar ขนาดนั้น เพราะฝรั่งก็ไม่ได้รู้ว่า ภาษาอังกฤษที่ตัวเองพูดตั้งแต่เกิดนั้น มี Tense อะไรบ้าง แล้วอะไรคือ Pronoun, preposition, idioms etc.

ผมบอก ณ ตรงนี้ได้เลยว่า.. ฝรั่งส่วนมาก ไม่รู้ครับ

ผมเอ่ยแบบนี้ พอจะเข้าใจรึยังครับ ว่าอะไรคือปัญหาของคนไทย?

ผมจะอธิบายเพิ่มเติมให้..
ชาวต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษตั้งแต่เกิด จนตาย ก็ยังไม่ถูกต้อง
แล้วคนไทย จะเรียน Grammar ไปทำไมนักหนา?

ปัญหาหลักในการเรียนภาษาอังกฤษของคนไทย คือ..
- เรียนภาษาอังกฤษ จากตำรา
- เรียนจาก การท่องจำ
- เรียนโดยคิดว่า ถ้าเรียนกับครูต่างชาติ หรือ เจ้าของภาษา จะสามารถทำให้เก่งภาษาอังกฤษ
- เรียนตั้งแต่เด็ก ซึ่งเหล่าคุณพ่อ-คุณแม่ คิดว่าจะทำให้ลูกของท่านๆ พูดภาษาอังกฤษได้

ผมเจอปัญหาเหล่านี้เหมือนกันครับ และผมก็เรียนอังกฤษกับชาวอังกฤษ ตั้งแต่ ป.4 จนทำงาน ผมก็ยังใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ ผมแก้ปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ ม.ต้น ครับ คือ
- ไปลงคอร์สเรียนกับสถาบันสอนภาษา
- เรียนตัวต่อตัวกับชาวต่างชาติเจ้าของภาษา (Native Speaker)
- เรียนออนไลน์ เช่น Clip VDO, ไฟล์เสียง ฝึกการฟัง ต่างๆ ผมรวมถึงการดูหนัง ฟังเพลงด้วยเลย

ซึ่งแน่นอนครับ ว่าไม่ได้ผล เพราะ..
- สถาบันก็สอนเน้นการสอบ ท่องศัพท์ หรือเล่นกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนำมาใช้สนทนาแทบไม่ได้เลย
- ชาวต่างชาติแต่ละคน สำเนียงไม่เหมือนกัน และก็จะสอนเราให้ออกเสียงตามสำเนียงของเค้าเท่านั้น (ผมเรียนกับชาวอเมริกัน 6 คน สำเนียงไม่เหมือนกันซักคน แถมบอกว่าสำเนียงเราผิด ให้พูดตามเค้าเท่านั้น)
- เรียนออนไลน์ ได้แค่ฟังครับ ไม่ได้พูด ไม่ได้ฝึกสร้างประโยค


เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

Let's Start !!!

สิ่งที่จะเริ่มแรก คงจะไม่พ้นการทักทายกัน 
แน่นอน ผมคงไม่มาสอน 
Hello, 
Hi, 
Hey, 
How are you?, 
How do you do? 

ทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่ได้สอนคำที่แตกต่างจากนี้ไปซักเท่าไร เพราะฝรั่งส่วนมากก็ทักด้วย คำว่า..
Hey
Hi there และ
What's up?

ในส่วนนี้ ผมจะพูดถึง What's up? นะครับ แปลง่ายๆ ก็คือ หวัดดี บายดีป่ะ?
ผมแปลแบบนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นคำที่ไม่เป็นทางการ

What's up? = Hi + How are you?

ส่วนการตอบ สามารถตอบได้เยอะแยะไปหมด เช่น
I'm (very) well
I'm good
I'm so so
I'm not bad
I'm sick
I'm terrible
I'm bad
etc.

ซึ่งการตอบเหล่านี้ สามารถตัด I'm ทิ้งได้ (เพราะเราสอนการสนทนาแบบไม่เป็นทางการนี่หน่า)
ส่วนนี้ ผมจะขยายความคำว่า I'm bad.

คนไทยจำนวนไม่น้อย นิยมตอบว่า I'm bad. เมื่อรู้สึกเบื่อ เซ็ง รู้สึกไม่ค่อยดี 

ซึ่งจริงๆ แล้ว เราไม่ควรใช้ I'm bad. เพราะมันหมายความว่า คุณเจอสิ่งเลวร้ายมา เช่น โดนหัวหน้าต่อว่า, ทำงานผิดพลาด, คนรู้จักเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

พอเข้าใจความหมายของ I'm bad. แล้วใช่ไหมครับ

งั้นเราจะตอบอย่างไรดีล่ะ?
เมื่อรู้สึกเบื่อ เซ็ง รู้สึกไม่ค่อยดี เราสามารถตอบไปตรงๆ ง่ายๆ เลยครับ ว่า..
I'm okay, just bored.

ไม่ต้องสร้างประโยคให้ยุ่งยากนะครับ เช่น I'm okay, but I feel bored for everything. อะไรแบบนี้ เพราะแค่ I'm okay, just bored. ฝรั่งก็จะเข้าใจแล้วว่าคุณน่ะ กำลังเบื่อโลกอยู่

แล้วก็การถามกลับ ผมเห็นคนไทยหันมาใช้กันคำนี้ครับ How about you? เมื่อถามกลับ และคนเหล่านี้จะเลิกใช้คำว่า And you? ไปโดยปริยาย

ซึ่งการใช้ How about you? ทำให้คุณลืมคำว่า And you? ไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อมีคนมาถามคุณในเรื่องอื่นๆ คุณก็จะลืม And you? ไป และถามกลับโดยใช้รูปประโยคเต็ม เช่น

Do you have any children? 
No, I don't. Do you have any children? 

เมื่อถึงตรงนี้ครับ คนที่ลืม And you? ไป ก็จะคิดไม่ออกว่าจะถามกลับยังไงดี เลยยืมคำถามอีกฝ่ายมาใช้
จริงๆ แล้ว แค่ And you? ก็เท่านั้นละครับ

เพราะฉะนั้น คุณสามารถถามกลับเมื่อมีคนมาถามคุณได้ทุกๆ เรื่อง ว่า And you? ครับ


ในบทความหน้า ผมจะมาสอนการตั้งคำถามด้วย Do/Does กับ Is/Am/Are ใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร